Untitled Document ซี.พี.เกษตรตะวันแดง
  หน้าแรก อุปกรณ์การทำสวนยาง

E-mail: 
Password:  
 
Untitled Document
thai | english
       หน้าแรก
       เกี่ยวกับเรา
       ติดต่อเรา
       ข่าวประชาสัมพันธ์
       สาระน่ารู้
       Picture Gallery
       กระดานสนทนา
 
      ใบสมัครตัวแทนจำหน่าย
      ดาวน์โหลดรายการสินค้า
      ดาวน์โหลดใบจองกล้าปาล์ม
      ดาวน์โหลดใบจองกล้ายาง
     อุปกรณ์ยางพารา/ อุปกรณ์สวนยาง
     อุปกรณ์การทำสวนปาล์ม
     ปุ๋ยอินทรีย์ตะวันแดง
     เครื่องจักรกลการเกษตร
     กล้าไม้โตเร็ว
     ต้นกล้ายางพารา พันธ์ 600,251,235 จากปักษ์ใต้
     ต้นกล้าปาล์มน้ำมันลูกผสมเทเนอร่า DxP ควบคุมคุณภาพโดย ซีพี.เกษตรตะวันแดง
     ฮอร์โมนพืช ไคโตซาน
     อุปกรณ์การเกษตรทั่วไป
     ธาตุอาหารพืช
     ยาป้องกันเชื้อรา และโรครากเน่าโคนเน่า
     ปุ๋ยเคมี
     ขี้เลื่อยยางพารา
     ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเกษตรกร
 
 
   สาระน่ารู้
สารอาหารรองก้นหลุม ปุ๋ยรองก้นหลุม ปุ๋ยอินทรีย์รองก้นหลุม
สั่งลุยโครงการยาง 8 แสนไร่
โรคยางพาราและแมลงศัตรูยางพารา
วิธีการปลูกยางพารา
รู้จัก ปาล์มน้ำมัน พืชเศรษฐกิจภาคใต้
ประวัติการทำสวนยางพารา
 
 
ปุ๋ยตราตะวันแดง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
องค์การสวนยาง
       www.sanook.com
       www.yahoo.com
       สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำยางพารา
       จังหวัดกระบี่
       จับตากล้ายาง ราคาไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
       ผลิตและจำหน่ายกล้ายางส่งทั่วประเทศ
       ผลิตและจำหน่ายจอกยาง
ข่าวสารน่ารู้
:: โรคยางพาราและแมลงศัตรูยางพารา


1. โรครากขาว เป็นโรคร้ายแรงโรคหนึ่งที่เกิดจากเชื้อรา เกิดขึ้นได้กับยางทั่วไปทั้งยางอ่อนและยางแก่ ลักษณะอาการ จะสังเกตเห็นพุ่มใบเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแกมส้ม ใบร่วงหมดทั้งต้น ขอบใบม้วนเข้าด้านใน ถ้าตรวจดูที่รากจะเห็นเส้นใยของเชื้อราแตกสาขาเป็นร่างแหจับติดแน่นและแผ่คลุมผิวรากที่เป็นโรค ลักษณะของเส้นใย มีสีขาวปลายแบน เมื่อเส้นใยอายุมากขึ้นจะนูนกลมและกลายเป็นสีเหลืองจนถึงสีน้ำตาลแห้งซีด ในช่วงที่มีฝนตกจะมีดอกเห็ดเกิดขึ้นตรงบริเวณโคนต้นหรือส่วนรากที่โผล่พ้นดิน ลักษณะดอกเห็ดจะซ้อนกันหลายชั้น ผิวบนสีเหลืองแกมส้ม ขอบสีขาว ส่วนผิวล่างมีสีส้มแดงหรือน้ำตาล ถ้าตัดดอกเห็นตามขวางจะเห็นชั้นบนเป็นสีขาวและชั้นล่างเป็นสีน้ำตาลแดงชัดเจน การป้องกันและรักษา 1. การเตรียมพื้นที่ปลูกยางจะต้องทำการถอนรากและเผาทำลายตอไม้ ท่อนไม้ให้หมด เพื่อทำลายเชื้อราอันอาจทำให้เกิด โรครากขาวได้ 2. หลังจากปลูกยางไปแล้วประมาณ 1 ปี หมั่นตรวจดูต้นที่เป็นโรค หากไม่พบต้นที่เป็นโรคให้ป้องกันด้วยการทาสารเคมีพีซีเอ็นบี (PCNB) 20% เคลือบไว้ที่โคนต้นตรงคอดิน รากแก้ว และฐานของรากแขนงแขนง 3. หากพบต้นที่เป็นโรคบริเวณโคนต้น โคนรากและรากแขนงให้ตัดหรือเฉือนทิ้ง แล้วทาด้วยสารเคมีพีซีเอ็นบี (PCNB) 20% ผสมน้ำและควรทำการตรวจซ้ำในปีต่อไป 4. ถ้าพบโรครากขาวในต้นยางอายุน้อยให้ทำการขดรากที่เป็นโรคขึ้นมาเผาทำลาย ________________________________________ 2. โรคเส้นดำ เกิดจากเชื้อราไฟทอปโทร่า เป็นโรคที่ทำอันตรายต่อหน้ากรีดยางมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตที่มีความชื้นสูง ทำให้เปลือกงอกใหม่เสียหายรุนแรงจนกรีดซ้ำหน้าเดิมไม่ได้ ต้นยางจึงให้ผลผลิตสั้นลงโดยอาจกรีดได้เพียง 8-16 ปีเท่านั้น ลักษณะอาการ จะปรากฏอาการเหนือรอยกรีด โดยในระยะแรกเปลือกจะซ้ำมีสีผิดปกติ ต่อมารอยช้ำจะเปลี่ยนเป็นรอยบุ๋มสีดำ ขยายตัวในแนวตั้ง ถ้าเฉือนเปลือกออกดูจะพบลายเส้นดำบนเนื้อไม้ อาการในขั้นรุนแรงจะทำให้เปลือกบริเวณนั้นปริและมีน้ำยางไหลตลอดเวลา เปลือกจะเน่าหลุดไปในที่สุด เปลือกงอกใหม่จะมีลักษณะเป็นตะปุ่มตะป่า ทำให้กรีดยางต่อไปไม่ได้ การป้องกัน 1. อย่าเปิดหน้ายางหรือขึ้นหน้ายางใหม่ในระหว่างฤดูฝน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีฝนตก และอย่ากรีดลึกจนถึงเนื้อไม้เพราะจะทำให้หน้ายางเสียหาย โอกาสที่เชื้อจะเข้าทำลายมีมากขึ้น 2. ตัดแต่งกิ่งยางและปราบวัชพืชให้สวนยางโปร่ง มีอากาศถ่ายเทสะดวก จะช่วยให้หน้ายางแห้งเร็วขึ้น และเป็นการลดความรุนแรงของโรคได้ 3. การกรีดยางในฤดูฝนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะที่มีโรคใบร่วงระบาด ควรทาหน้ายางด้วยสารเคมีชนิดเดียวกับที่ใช้รักษา การรักษา เมื่อพบหน้ากรีดยางเริ่มแสดงอาการให้ใช้สารเมตาแลคซิลอัตรา 7-14 กรัม (1/2 - 1ช้อนแกง) ต่อน้ำ 1 ลิตร ผสมสารแผ่กระจายและจับติด จำนวน 2 ซี.ซี. ( ฝ ช้อนชา) ใช้สารอย่างใดอย่างหนึ่งทาหน้ากรีดยางทุก 7 วัน ประมาณ 3-4 ครั้ง จะสามารถป้องกันกำจัดโรคนี้ได้แต่ถ้าหากฝนตกชุกติดต่อกันควรทาสารเคมีต่อไปอีกจนกว่าโรคนี้จะหาย ________________________________________ 3. โรคเปลือกเน่า เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา ระบาดรุนแรงมากในฤดูฝน ทำให้เปลือกงอกใหม่เสียหายรุ่นแรงจนกรีดซ้ำไม่ได้ ลักษณะอาการ ระยะแรกจะเป็นรอยบุ๋มสีจางบนเปลือกงอกใหม่เหนือรอยกรีดต่อมาแผลนั้นจะมีเส้นใยของเชื้อราสีเทา ขึ้นปกคลุม และขยายลุกลามเป็นแถบขนานไปกับรอยกรีด ทำให้เปลือกบริเวณดังกล่าวนี้เน่าหลุดเป็นแว่น เหลือแต่เนื้อไม้สีดำ การป้องกัน 1. เนื่องจากโรคนี้มักเกิดในแหล่งปลูกยางที่มีความชื้นสูงมาก ๆ ดังนั้นจึงควรมีการตัดแต่งกิ่งและกำจัดวัชพืชในสวนยางเป็นประจำเพื่อให้สวนยางโปร่ง มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ความชื้นในแปลงยางจะได้ลดลง 2. ถ้าพบว่าต้นยางเป็นโรคเปลือกเน่า ควรหยุดกรีดยางประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อป้องกันมิให้เชื้อแพร่ไปติดต้นอื่น ________________________________________ 4. โรคเปลือกแห้ง สาเหตุสำคัญเกิดจากสวนยางขาดการบำรุงรักษา และการกรีดเอาน้ำยางออกมากเกินไป จึงทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นมีอาหารไม่พอเลี้ยงเปลือกยางบริเวณนั้นจึงแห้งตาย นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการผิดปกติภายในทอน้ำยางเองด้วย ลักษณะอาการ หลังจากกรีดยางแล้ว น้ำยางจะแห้งเป็นจุดๆ ค้างอยู่บนรอยกรีดเปลือกยางมีสีน้ำตาลอ่อน ถ้ายังกรีดต่อไปอีก เปลือกยางจะแห้งสนิทไม่มีน้ำยางไหล เปลือกใต้รอยกรีดจะแตกขยายบริเวณมากขึ้นจนถึงพื้นดินและ หลุดออก เนื่องจากเปลือกงอกใหม่ภายในดันออกมา การป้องกันและรักษา โรคนี้มักจะเกิดบนรอยกรีด ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีการดูแลรักษาจะลุกลามทำให้หน้ากรีดเสียหายหมด ดังนั้นวิธีการลดและควบคุมโรคกับต้นยางที่เปิดยางแล้ว จึงใช้วิธีทำร่องแยกส่วนที่เป็นโรคออกจากกันและเมื่อตรวจพบยางต้นใดที่เป็นโรคนี้เพียงบางส่วน จะต้องทำร่องโดยการใช้สิ่วเซาะร่องให้ลึกถึงเนื้อไม้โดยรอบบริเวณที่เป็นโรค โดยให้ร่องที่ทำนี้ห่างจากบริเวณที่เป็นโรคประมาณ 2 เซนติเมตร หลังจากนั้นก็สามารถเปิดกรีดต่อไปได้ตามปกติ แต่ในการกรีดต้องเปิดกรีดต่ำลงมาจากบริเวณที่เป็นโรค เปลี่ยนระบบกรีดใหม่ให้ถูกต้องและหยุดกรีดในช่วงผลัดใบ การเอาใจใส่บำรุงรักษาสวนยางให้สมบูรณ์แข็งแรงตั้งแต่เริ่มปลูกใส่ปุ๋ยถูกต้องตามจำนวน และระยะเวลาที่ทางวิชาการแนะนำ ใช้ระบบกรีดให้ถูกต้อง จะช่วยป้องกันมิให้ยาวเป็นโรคเปลือก แห้งได้มาก ________________________________________ 5. โรคใบร่วงและผลเน่าที่เกิดจากเชื้อราไฟทอปโทร่า ลักษณะอาการ ผลที่ถูกทำลายจะเน่าดำค้างอยู่บนต้น ส่วนอาการที่ใบจะพบว่าใบร่วงทั้ง ๆ ที่ยังมีสีเขียวมีรอยช้ำสีดำอยู่ที่ก้านใบและตรงกลางรอยช้ำมีหยดน้ำยางเกาะติดอยู่ด้วย ถ้านำใบยางที่ร่วงมาสลัดเบาๆ ใบย่อยจะหลุดทันที โรคนี้จะสัมพันธุ์กับโรคเส้นดำด้วย เนื่องจากเกิดจากเชื้อชนิดเดียวกัน เมื่อเกิดโรคนี้จะทำให้ใบร่วงโกร๋นทั้งสวน ผลผลิตยางจะลดลงแต่ก็ไม่ทำให้ต้นยางตาย การป้องกันและรักษา ควรเลือกปลูกพันธุ์ยางที่ต้านทานโรคนี้ ถ้าเป็นยางพันธุ์อาร์อาร์ไอเอ็ม 600 ซึ่งอ่อนแอต่อโรคใบร่วงควรติดตาเปลี่ยนยอดด้วยพันธุ์ทีจี 1 และในสวนยางที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี ให้ใช้แคปตาโฟล 80% ในอัตรา 2 กรัม ผสมน้ำ 1 ลิตร ฉีดพุ่มใบทุกสัปดาห์ในระหว่างที่โรคกำลังระบาด ส่วนในสวนยางที่มีต้นยางขนาดใหญ่การใช้สารเคมีป้องกันจะไม่คุ้มค่าใช้จ่าย จึงไม่แนะนำให้ทำแต่จะแนะนำให้ใช้วิธีป้องกันรักษาโรคเส้นดำที่บริเวณหน้ากรีดแทน และหยุดกรีดระหว่างที่เกิดโรคระบาดเท่านั้น ________________________________________ 6. ปลวก จะทำลายต้นยางโดยการกัดกินส่วนรากและภายในลำต้นจนเป็นโพรง ทำให้ต้นยางยืนต้นตายโดยไม่สามารถสังเกตเห็นจากภายนอกได้จนกว่าจะขุดรากดู การป้องกันและรักษา ใช้สารเคมีกำจังแมลง ได้แก่ ออลดริน ดีลดริน เฮพตาคลอ หรือ คลอเดนในรูปของเหลว ราดที่โคนต้นให้ทั่วบริเวณรากของต้นที่ถูกทำลายและต้นข้างเคียง ________________________________________ 7. หนอนทราย เป็นหนอนของด้วงชนิดหนึ่งลักษณะลำตัวสั้นป้อม ใหญ่ขนาดนิ้วชี้ สีขาวนวล มีจุดเป็นแถวข้างลำตัว เมื่อนำมาวางบนพื้นดินตัวหนอนจะงอคล้ายเบ็ดตกปลา หนอนทรายจะเริ่มทำลายรากต้นยางขนาดเล็ก มีพุ่มใบ 1-2 ฉัตร ทำให้พุ่มใบมีสีเหลืองเพราะระบบรากถูกทำลายเมื่อขุดต้นยางต้นนั้นมาดูจะพบตัวหนอนทราย ________________________________________ 8. โคนต้นไหม้ เป็นอาการผิดปกติที่เกิดจากสภาพแวดล้อม เนื่องจากสภาพอากาศแห้งแล้งจัดและถูกแสงแดดเผา ทำให้โคนต้นยางตรงรอยติดตาทางทิศตะวันตกมีอาการไหม้ เปลือกไหม้ เปลือกแห้ง อาการจะลุกลามไปทางส่วนบนและขยายบริเวณไปรอบๆ ต้น จนแห้งตาย การป้องกันและรักษา ควรปลูกยางเป็นแถวในแนวทิศตะวันออกและทิศตะวันตกก่อนเข้าฤดูแล้งให้ใช้ปูนขาวทารอบโคนต้น จากระดับ พื้นดินสูงขึ้นไปจนถึงระดับ 1 เมตร แล้วใช้วัสดุคลุมดินรอบโคนต้นและใช้สีน้ำมันทารอยแผล ________________________________________ 9. อาการตายจากยอด อาการตายจากยอดมักเกิดกับยางอายุระหว่าง 1-6 ปี หลังจากประสบกับปัญหาสภาพอากาศแห้งแล้งจัดเป็นเวลานานติดต่อกัน นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากความร้อนระอุของพื้นดิน ตลอดจนพิษตกค้างของสารเคมีในดิน เช่น สารเคมีปราบวัชพืช สารกำจัดตอ หรือใส่ปุ๋ยมากเกินไป ฯลฯ ในพื้นที่ที่มีหน้าดินตื้น มีชั้นของหินแข็งหรือดินดานอยู่ใต้ดินอาการตายจากยอดจะปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนหลังจากปลูกยางไปแล้ว 3 ปี ลักษณะอาการ กิ่ง ก้าน ยอด จะแห้งตายจากปลายกิ่ง ปลายยอด แล้วลุกลามลงมาทีละน้อย ๆ จนถึงโคนต้น และยืนต้นตายในที่สุด แต่ถ้าผ่านสภาวะแห้งแล้งไปแล้วต้นยังไม่ตาย ลำต้นหรือส่วนที่ยังไม่ตายจะแตกกิ่งแขนงออกมาใหม่ สำหรับส่วนที่แห้งตายไปแล้ว เปลือกจะล่อนออกถ้าแกะดูจะปรากฏเชื้อราเกิดขึ้นซ้ำทั่วบริเวณเปลือกด้านใน การป้องกันและรักษา ถ้าสภาพดินเลวและแห้งแล้งจัดอาจให้น้ำช่วยตามความจำเป็น หรือใช้วัสดุคลุมโคนต้นจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นและลดความรุนแรงของอาการตายจากยอดได้ ควรให้ปุ๋ยตามคำแนะนำโดยเคร่งครัด Reference: http://web.ku.ac.th/agri/rubber/rubber23.htm
เขียนโดย : วรรณชัย 04-09-2552 เวลา 11:45:47 น.
 
 
 
Untitled Document
พบกับ ดร.ฉัตรชนก นพพรพรร นักวิชาการเกษตร 8ว ที่ปรึกษากลุ่มประสานการตรวจรับรองมาตรฐาน กรมวิชาการเกษตร
วิธีการจัดการดิน และ ปุ๋ย เพื่อปรับปรุงสวนส้มเสื่อมโทรมs
ธุรกิจปาล์มน้ำมันหลังก้าวเข้าสู่ AEC
ป่วนทั่วปท."กล้ายาง"พุ่งทะลุร้อย สกย.ให้18บ.โยนชาวสวนรับภาระ
ส่งมอบกล้ายางลูกค้า
รับพนักงานหลายตำแหน่ง
เปิดจำหน่ายอุปกรณ์สวนยาง ชุดเปิดกรีด


ฮอร์โมนพืช ไคโตซาน >>
สารสกัดจากธรรมชาติ
โอทู:O-Two
อุปกรณ์ยางพารา/ อุปกรณ์สวนยาง >>
ถังพลาสติกบรรจุน้ำยาง หรือ ถังบรรจุน้ำยางพารา
ถ้วยรองน้ำยางพาราพลาสติก หรือ ถ้วยรับน้ำยางพาราพลาสติก หรือ จอกยางพลาสติก
ลวดรัดต้นยางหรือ ลวดมัดต้นยาง ชนิดซิกเซ็กหรือหยัก
ลวดรัดต้นยางชนิดขากลม ใช้แทนลวดแบบหยัก
ซูเปอร์ชีวภาพ
อุปกรณ์การทำสวนปาล์ม >>
เสียมแทงปาล์ม ขนาด 4 นิ้ว และ 6 นิ้ว
เลียมแทงปาล์ม
ตะขอเกี่ยวทะลายปาล์มหรือเคียวเกี่ยวทะลายปาล์ม
อุปกรณ์การเกษตรทั่วไป >>
ถุงเพาะชำ ถุงชำต้นกล้า หรือถุงเพาะกล้าไม้ PEHD
ยาป้องกันเชื้อรา และโรครากเน่าโคนเน่า >>
อาลีเอท 80 ดับพลิวจี
ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเกษตรกร >>
สุดยอดผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเกษตรกร
ปุ๋ยอินทรีย์ตะวันแดง >>
ปู๋ยรองก้นหลุม ปุ๋ยรองพื้น สำหรับปาล์มน้ำมัน ยางพารา และพืชอื่นๆ
ปุ๋ยอินทรีย์ ตะวันแดง สูตรพลังปาล์ม
ปุ๋ยอินทรีย์ ตะวันแดง สูตรยางคุณภาพ
สารปรับสภาพดิน สารปรับสภาพน้ำ
ปุ๋ยตะวันแดง สูตรพืชไร่
ปุ๋ยเคมี >>
ปุ๋ยเคมี แม่ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร ตามความต้องการ
ธาตุอาหารพืช >>
โบรอน(Boron)
แมกนีเซียม (Mg)
ต้นกล้ายางพารา พันธ์ 600,251,235 จากปักษ์ใต้ >>
ต้นกล้ายางพาราปักษ์ใต้ พันธุ์ RRIM 600, RRIT 251 ส่งทั่วประเทศ รีบจองวันนี้ จำนวนจำกัด!
รีบสั่งจองด่วน มีกล้ายางจำนวนจำกัด
ต้นกล้าปาล์มน้ำมันลูกผสมเทเนอร่า DxP ควบคุมคุณภาพโดย ซีพี.เกษตรตะวันแดง >>
ต้นกล้าปาล์มน้ำมัน ลูกผสมเทเนอร่า DXP
ปาล์มน้ำมันอายุ 2 ปี เติบโตสมบูรณ์ดี
เครื่องจักรกลการเกษตร >>
เครื่องอัดเม็ดปุ๋ย
จานปั้นเม็ดปุ๋ย
เครื่องบด สับ ย่อย
เครื่องผสมปุ๋ย แนวนอน HB
เครื่องผสมแนวตั้ง
ขี้เลื่อยยางพารา >>
ขี้เลื่อยยางพารา
กล้าไม้โตเร็ว >>
ต้นกล้าจำปาทอง
ต้นจำปาทอง อายุ 1.5 ปี
ต้นจำปาทอง อายุ 12 ปี
ต้นจำปาทอง อายุ 1.5 ปี
ไม้ตะเคียนทอง
 
ดาวน์โหลดใบจองกล้ายาง
 
Untitled Document เว็บไซต์ในเครือสยามอะโกรกรุ๊ป : สยามอะโกร.คอม | กล้ายาง.คอม | สยามปาล์ม.คอม |
บริษัท ซี.พี. เกษตรตะวันแดง อินเตอร์เทรด จำกัด
โทร: 089-7800515,075-520442
fax. 075-520442