Untitled Document ซี.พี.เกษตรตะวันแดง
  หน้าแรก อุปกรณ์การทำสวนยาง

E-mail: 
Password:  
 
Untitled Document
thai | english
       หน้าแรก
       เกี่ยวกับเรา
       ติดต่อเรา
       ข่าวประชาสัมพันธ์
       สาระน่ารู้
       Picture Gallery
       กระดานสนทนา
 
      ใบสมัครตัวแทนจำหน่าย
      ดาวน์โหลดรายการสินค้า
      ดาวน์โหลดใบจองกล้าปาล์ม
      ดาวน์โหลดใบจองกล้ายาง
     อุปกรณ์ยางพารา/ อุปกรณ์สวนยาง
     อุปกรณ์การทำสวนปาล์ม
     ปุ๋ยอินทรีย์ตะวันแดง
     เครื่องจักรกลการเกษตร
     กล้าไม้โตเร็ว
     ต้นกล้ายางพารา พันธ์ 600,251,235 จากปักษ์ใต้
     ต้นกล้าปาล์มน้ำมันลูกผสมเทเนอร่า DxP ควบคุมคุณภาพโดย ซีพี.เกษตรตะวันแดง
     ฮอร์โมนพืช ไคโตซาน
     อุปกรณ์การเกษตรทั่วไป
     ธาตุอาหารพืช
     ยาป้องกันเชื้อรา และโรครากเน่าโคนเน่า
     ปุ๋ยเคมี
     ขี้เลื่อยยางพารา
     ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเกษตรกร
 
 
   สาระน่ารู้
สารอาหารรองก้นหลุม ปุ๋ยรองก้นหลุม ปุ๋ยอินทรีย์รองก้นหลุม
สั่งลุยโครงการยาง 8 แสนไร่
โรคยางพาราและแมลงศัตรูยางพารา
วิธีการปลูกยางพารา
รู้จัก ปาล์มน้ำมัน พืชเศรษฐกิจภาคใต้
ประวัติการทำสวนยางพารา
 
 
ปุ๋ยตราตะวันแดง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
องค์การสวนยาง
       www.sanook.com
       www.yahoo.com
       สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำยางพารา
       จังหวัดกระบี่
       จับตากล้ายาง ราคาไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
       ผลิตและจำหน่ายกล้ายางส่งทั่วประเทศ
       ผลิตและจำหน่ายจอกยาง
ข่าวสารน่ารู้
:: ป่วนทั่วปท."กล้ายาง"พุ่งทะลุร้อย สกย.ให้18บ.โยนชาวสวนรับภาระ


ตลาดกล้ายางพาราทั่วประเทศป่วน นายหน้าตุนหวังฟันกำไร เหนือ-อีสานราคาพุ่งต้นละ 80-100 บาท บอร์ด สกย.ยืนยันเดินหน้าโครงการปลูกยาง 8 แสนไร่ เปิด 2 ทางเลือกเกษตรกร ให้รับคูปองเงินสนับสนุนกล้ายาง 18 บาท/ต้นจ่ายส่วนต่างเพิ่มเอง ส่วนใครไม่พร้อมให้เลื่อนไปปลูกปีหน้า นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมามีการพิจารณาถึงแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการปลูกยางในพื้นที่แห่งใหม่ 8 แสนไร่ ซึ่งกำลังประสบปัญหาต้นกล้ายางแพงและขาดแคลน โดยบอร์ด สกย.มีมติให้ แก้ปัญหาดังนี้ 1.จากที่ สกย.เปิดประมูลกล้ายางมาแล้ว 2 ครั้งนั้น ครั้งแรกมีเอกชนรายเดียวซื้อซองประมูลคือ ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (ชสยท.) ทำให้ สกย.ต้องยกเลิกประมูล เนื่องจากตามเงื่อนไขจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการต้องมีผู้ร่วมประมูลตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป ขณะที่การเปิดประมูลครั้งที่ 2 ปรากฏว่าไม่มีเอกชนรายใดซื้อซอง บอร์ดจึงมอบหมายให้ สกย.แก้ปัญหาโดยยึดแนวทางเดียวกับที่เคยดำเนินการภายใต้โครงการปลูกยาง 1 ล้านไร่ เมื่อปี 2550 โดยให้ สกย.จ่ายเงินสนับสนุนจัดซื้อกล้ายาง 18 บาท/ต้น สำหรับส่วนต่างให้เกษตรกรเป็นผู้รับภาระซึ่งแล้วแต่ความสมัครใจของเกษตรกร หากรายใดไม่พร้อมก็จะให้เลื่อนสิทธิไปปลูกยางในปี 2555 2.การจ่ายเงินให้เกษตรกรจะจ่ายในรูปคูปอง เพื่อให้เกษตรกรนำไปซื้อกล้ายางในแปลงเพาะพันธุ์กล้ายางที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ซึ่งมีการตรวจสอบคุณภาพ กล้ายางว่าได้มาตรฐาน โดยจะแจ้งให้เกษตรกรทราบว่าแต่ละจังหวัดมีแปลงกล้ายางที่ขึ้นทะเบียนไว้ที่ไหนบ้าง จากนั้นจะให้ตกลงซื้อขายกันเอง 3. สกย.จะต่อรองราคากับเจ้าของแปลงเพาะพันธุ์ยางให้จำหน่ายในราคาต่ำสุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระ เกษตรกรมากเกินไป ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าขณะนี้มีกล้ายางที่ติดตาพร้อมปลูกประมาณ 33 ล้านกล้า หากไม่มีการกักตุนก็น่าจะเพียงพอ ขณะเดียวกันจะเร่งจัดฝึกอบรมผู้เข้าร่วมโครงการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเกษตรกรจะต้องรีบปลูกยางให้เสร็จเรียบร้อยก่อนสิ้นเดือนสิงหาคม 2554 นี้ โดยมติบอร์ด สกย. ทั้งหมดนี้จะนำเสนอคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติและคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบต่อไป ด้านนายวิทย์ ประทักษ์ใจ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) เปิดเผยว่า วันที่ 15 มิ.ย. 54 สกย.ได้จัดประชุม สกย. จังหวัดทั่วประเทศเพื่อชี้แจงขั้นตอน รายละเอียดในการดำเนินการโครงการนี้ เนื่องจากต้องการให้เกษตรกรปลูกยางได้ทันเวลาก่อนเดือนสิงหาคมนี้ ในส่วนของราคากล้ายาง สกย.จะต่อรองราคาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรนั้น ราคาจะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งขนาดและความสมบูรณ์ของกล้ายางด้วย อย่างไรก็ตามจากการประมาณการของ สกย. หากเป็นแปลงเพาะพันธุ์ยางที่ครบวงจร คือเพาะพันธุ์และติดตาเอง ต้นทุนน่าจะอยู่ที่ 12-13 บาท/ต้น แต่ถ้าเกษตรกรผลิตกล้าโดยไปซื้อต้นติดตา (ยางตาเขียว) ขณะนี้ต้นทุนอยู่ที่ 20-22 บาท/ต้น บวกค่าถุง ค่าดิน ค่าแรงบวกกับเปอร์เซ็นต์ยางที่จะตาย 20-30% ต้นทุนจะอยู่ที่ 30 บาท/ต้น ทั้งนี้ในปี 2554 สกย.จะส่งเสริมปลูกยางปีแรก 2 แสนไร่ทั่วประเทศ จะต้องใช้กล้ายาง 18 ล้านกล้า รัฐบาลสนับสนุนคˆากล‰ายาง 580 ล‰านบาท แยกเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 117,500 ไร่ ภาคเหนือ 40,000 ไร่ ภาคตะวันออกและภาคกลาง 24,680 ไร่ และภาคใต้ 17,820 ไร่ กล้ายางแพงกระทบทั้งระบบ พ่อค้ายางพารารายหนึ่งในเขตอำเภอโนนสุวรรณ จังหวัดบุรีรัมย์ แหล่งปลูกยางสำคัญอีกแห่งหนึ่งในภาคอีสานเปิดเผยว่า ปีนี้ราคาต้นกล้ายางพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว จากต้นละ 25 บาท เป็น 50 บาท และขยับขึ้นสูงถึง 70-80 บาทนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อการปลูกยางทั้งระบบ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการปลูกยางพารา 8 แสนไร่ และกระทบกลุ่มประชาชน หรือผู้สนใจปลูกยางทั่วไปด้วย เนื่องจากราคาพันธุ์ยางในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสานสูงถึงต้นละ 80-100 บาทแล้ว โดยขึ้นอยู่กับพันธุ์ยางและความสมบูรณ์ของต้นกล้ายางด้วย ทำให้ต้นทุนการปลูกสูงมาก และหาซื้อกล้ายางคุณภาพดีได้ยากขึ้น ทั้งนี้ ราคากล้ายางที่แพงขึ้นเกิดจากปริมาณความต้องการ (ดีมานด์) สูงขึ้น รวมทั้งมีขบวนการปั่นราคา หรือเก็งกำไรต้นกล้ายางผสมโรงด้วย โดยมีการกว้านซื้อต้นกล้ายางล่วงหน้าไว้แล้ว ดังนั้นหากไม่สามารถปลูกในช่วงฤดูฝนนี้ได้ (พ.ค.-ก.ค.) จะเสียโอกาสการลงทุนไปอีก 1 ปี โดยยางพาราจะเติบโตและพร้อมกรีดต้องใช้เวลา 7 ปี เกษตรกรเคลียร์พื้นที่รอกล้ายาง นายอุบล นาคฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า ได้ออกสำรวจพื้นที่ของเกษตรกรที่ลงทะเบียนขอเข้าร่วมโครงการปลูกยางพาราในพื้นที่ใหม่ ระยะที่ 3 เรียบร้อยแล้ว โดยจังหวัดหนองคายและจังหวัดบึงกาฬได้รับการจัดสรรในระยะเวลา 3 ปี จำนวน 50,000 ไร่ โดยในปีแรกได้รับการจัดสรร 16,600 ไร่ มีเกษตรกรยื่นความจำนงไว้กว่า 120,000 ไร่ ขณะนี้เกษตรกรที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการได้มีการเตรียมพื้นที่ไว้เพื่อรอกล้าพันธุ์ยางมาปลูก ซึ่งเวลาที่เหมาะสมในการปลูกยาง คือ เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมของทุกปี เพราะเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝน ยางพาราสามารถปลูกติดได้ง่าย แต่เมื่อโครงการมีปัญหายังไม่สามารถหาต้นพันธุ์ยางพาราให้ได้ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการก็ยังคงรอความชัดเจนอยู่ และพร้อมที่จะจ่ายเงินส่วนเกินเอง เพราะส่วนใหญ่มีการติดต่อซื้อกล้าพันธุ์ยางไว้เรียบร้อยแล้ว สำหรับปัญหากล้ายางนั้น มีปัญหาเหมือนกันทั่วประเทศ เนื่องจากกล้ายางไม่เพียงพอกับความต้องการ ทำให้ผู้ผลิตกล้ายางมีการปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งในจังหวัดหนองคายมีราคาสูงกว่า 40 บาท/ต้นแล้ว นายพูนสุข อุเทนพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า พ่อค้าคนกลางหรือนายหน้าได้เข้ามากว้านซื้อต้นกล้ายางไว้หมดแล้ว ทั้งแปลงขนาดใหญ่และขนาดเล็ก โดยใช้วิธีวางมัดจำไว้ต้นละ 2 บาท หากมีพ่อค้ารายอื่นหรือผู้ที่ต้องการปลูกยางไปซื้อก็จะขยับราคาขึ้นทันที โดยอ้างว่า ซื้อเพื่อนำไปส่งต่อยังตลาดภาคอีสาน ภาคเหนือ และตลาดต่างประเทศ ทำให้ราคาต้นกล้ายางในพื้นที่สูงขึ้นมาอยู่ที่ต้นละ 45 บาท และ 55 บาท จากราคาเดิมประมาณ 18 บาท ซึ่งเป็นกลยุทธ์ของพ่อค้าจนส่งผลทำให้ต้นกล้ายางขาดแคลนในขณะนี้ ส่งออกกล้ายางได้ราคาดี นายสุนันทน์ พรหมนวลสกุล หัวหน้าสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางอำเภอสะเดา สำนักงาน สกย.เขต 1 สงขลา กล่าวว่า ประเทศลาว กัมพูชา พม่า มีการขยายพื้นที่ปลูกยางพาราเป็นจำนวนมาก โดยรูปแบบการลงทุนมีทั้งรัฐบาลลงทุนเอง การส่งเสริมให้เกษตรกรลงทุน และร่วมลงทุนกับเอกชน โดยใน ปี 2555 พม่าจะลงทุนปลูกเพิ่มอีกประมาณ 3 ล้านไร่ ลาว 1 ล้านไร่ และเวียดนาม 1 ล้านไร่ ส่วนประเทศกัมพูชายังไม่ทราบตัวเลขที่ชัดเจน เจ้าของแปลงพันธุ์ยางพารารายหนึ่งในเขตเทศบาลตำบลหัวช้าง อ.เมือง จ.พัทลุง เปิดเผยว่า มีพ่อค้าจำนวนมากเข้ามาหาซื้อพันธุ์กล้ายางเพื่อส่งออกไปยังประเทศพม่า กัมพูชา ลาว และเวียดนาม สามารถจำหน่ายได้ราคาสูงกว่า 100 บาท/ต้น สอดคล้องกับนายภราดร นุชิตศิริภัทรา ผู้ผลิตต้นกล้ายางพารารายใหญ่ของจังหวัดตรัง และเลขาธิการสมาคมชาวสวนยางจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ความต้องการต้นกล้าพันธุ์ยางในปีนี้ยังสูงต่อเนื่อง ทำให้ราคาต้นกล้ายางอยู่ในระดับที่ดี คือต้นละ 20-50 บาท ทั้งนี้แล้ว แต่ชนิดและพันธุ์ยาง แต่หากนำไปขายต่อยังภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือส่งไปต่างประเทศราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1308102857&grpid=00&catid=00
เขียนโดย : วรรณชัย 15-06-2554 เวลา 15:56:37 น.
 
 
 
Untitled Document
พบกับ ดร.ฉัตรชนก นพพรพรร นักวิชาการเกษตร 8ว ที่ปรึกษากลุ่มประสานการตรวจรับรองมาตรฐาน กรมวิชาการเกษตร
วิธีการจัดการดิน และ ปุ๋ย เพื่อปรับปรุงสวนส้มเสื่อมโทรมs
ธุรกิจปาล์มน้ำมันหลังก้าวเข้าสู่ AEC
ป่วนทั่วปท."กล้ายาง"พุ่งทะลุร้อย สกย.ให้18บ.โยนชาวสวนรับภาระ
ส่งมอบกล้ายางลูกค้า
รับพนักงานหลายตำแหน่ง
เปิดจำหน่ายอุปกรณ์สวนยาง ชุดเปิดกรีด


ฮอร์โมนพืช ไคโตซาน >>
สารสกัดจากธรรมชาติ
โอทู:O-Two
อุปกรณ์ยางพารา/ อุปกรณ์สวนยาง >>
ถังพลาสติกบรรจุน้ำยาง หรือ ถังบรรจุน้ำยางพารา
ถ้วยรองน้ำยางพาราพลาสติก หรือ ถ้วยรับน้ำยางพาราพลาสติก หรือ จอกยางพลาสติก
ลวดรัดต้นยางหรือ ลวดมัดต้นยาง ชนิดซิกเซ็กหรือหยัก
ลวดรัดต้นยางชนิดขากลม ใช้แทนลวดแบบหยัก
ซูเปอร์ชีวภาพ
อุปกรณ์การทำสวนปาล์ม >>
เสียมแทงปาล์ม ขนาด 4 นิ้ว และ 6 นิ้ว
เลียมแทงปาล์ม
ตะขอเกี่ยวทะลายปาล์มหรือเคียวเกี่ยวทะลายปาล์ม
อุปกรณ์การเกษตรทั่วไป >>
ถุงเพาะชำ ถุงชำต้นกล้า หรือถุงเพาะกล้าไม้ PEHD
ยาป้องกันเชื้อรา และโรครากเน่าโคนเน่า >>
อาลีเอท 80 ดับพลิวจี
ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเกษตรกร >>
สุดยอดผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเกษตรกร
ปุ๋ยอินทรีย์ตะวันแดง >>
ปู๋ยรองก้นหลุม ปุ๋ยรองพื้น สำหรับปาล์มน้ำมัน ยางพารา และพืชอื่นๆ
ปุ๋ยอินทรีย์ ตะวันแดง สูตรพลังปาล์ม
ปุ๋ยอินทรีย์ ตะวันแดง สูตรยางคุณภาพ
สารปรับสภาพดิน สารปรับสภาพน้ำ
ปุ๋ยตะวันแดง สูตรพืชไร่
ปุ๋ยเคมี >>
ปุ๋ยเคมี แม่ปุ๋ย ปุ๋ยสูตร ตามความต้องการ
ธาตุอาหารพืช >>
โบรอน(Boron)
แมกนีเซียม (Mg)
ต้นกล้ายางพารา พันธ์ 600,251,235 จากปักษ์ใต้ >>
ต้นกล้ายางพาราปักษ์ใต้ พันธุ์ RRIM 600, RRIT 251 ส่งทั่วประเทศ รีบจองวันนี้ จำนวนจำกัด!
รีบสั่งจองด่วน มีกล้ายางจำนวนจำกัด
ต้นกล้าปาล์มน้ำมันลูกผสมเทเนอร่า DxP ควบคุมคุณภาพโดย ซีพี.เกษตรตะวันแดง >>
ต้นกล้าปาล์มน้ำมัน ลูกผสมเทเนอร่า DXP
ปาล์มน้ำมันอายุ 2 ปี เติบโตสมบูรณ์ดี
เครื่องจักรกลการเกษตร >>
เครื่องอัดเม็ดปุ๋ย
จานปั้นเม็ดปุ๋ย
เครื่องบด สับ ย่อย
เครื่องผสมปุ๋ย แนวนอน HB
เครื่องผสมแนวตั้ง
ขี้เลื่อยยางพารา >>
ขี้เลื่อยยางพารา
กล้าไม้โตเร็ว >>
ต้นกล้าจำปาทอง
ต้นจำปาทอง อายุ 1.5 ปี
ต้นจำปาทอง อายุ 12 ปี
ต้นจำปาทอง อายุ 1.5 ปี
ไม้ตะเคียนทอง
 
ดาวน์โหลดใบจองกล้ายาง
 
Untitled Document เว็บไซต์ในเครือสยามอะโกรกรุ๊ป : สยามอะโกร.คอม | กล้ายาง.คอม | สยามปาล์ม.คอม |
บริษัท ซี.พี. เกษตรตะวันแดง อินเตอร์เทรด จำกัด
โทร: 089-7800515,075-520442
fax. 075-520442